李强-หลี่เฉียง

หลี่เฉียง คือใคร — จากผู้นำเซี่ยงไฮ้สู่รองเบอร์ 2 ของจีน และเส้นทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

หลี่เฉียงคือใคร: จากผู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังเศรษฐกิจเซี่ยงไฮ้ สู่รองเบอร์ 2 ของจีน และเส้นทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เมื่อการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนสิ้นสุดลง ชื่อของ หลี่เฉียง กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง — ไม่ใช่เพียงเพราะเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการถาวรของโปลิตบูโรเท่านั้น แต่เพราะตำแหน่งนี้วางเขาไว้ในบทบาทรองเบอร์สองที่มีความหมายเชิงนโยบายและเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยเป็นตำแหน่งที่โดยปรกติแล้วอาจนำไปสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคตอันใกล้

เส้นทางการเมืองของหลี่เฉียงมีรากฐานจากการทำงานในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจีน — โดยเฉพาะบทบาทผู้นำในมณฑลเจ้อเจียง เจียงซู รวมทั้งการเป็นเลขาธิการพรรคประจำมหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อจีนตะวันตกและการค้าระหว่างประเทศ ผลงานของเขาในด้านการดึงนักลงทุนต่างชาติและส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่นกรณีการผลักดันให้ Tesla มาตั้งโรงงานที่เซี่ยงไฮ้ ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสามารถด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ของเขา

อย่างไรก็ตาม การเลื่อนตำแหน่งของหลี่เฉียงก็มาพร้อมกับคำถามและข้อถกเถียง — โดยเฉพาะในแง่ของวิพากษ์วิจารณ์การรับมือการระบาดของโควิดช่วง Omicron ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งนำไปสู่การล็อกดาวน์ยืดเยื้อและผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน จนหลายฝ่ายตั้งคำถามต่อความรับผิดชอบของผู้นำท้องถิ่น แต่ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงในจีนที่ระบุว่าการตัดสินใจหลายประการสะท้อนข้อมูลจำกัดและบริบทที่แตกต่างจากมาตรการของเมืองอื่น ๆ — ทั้งนี้ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการล็อกดาวน์ได้รับการวิเคราะห์ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดให้การขยายตัวของจีดีพีชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากบริบทเชิงเศรษฐกิจแล้ว การเมืองภายในพรรคก็เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดอนาคตของผู้นำรายนี้ ในช่วงก่อนการประชุมใหญ่ หลายฝ่ายคาดว่า วังหยาง หรือหูชุนหัว จะได้รับบทบาทสำคัญต่อจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากทั้งคู่มีประวัติการทำงานระดับภูมิภาคและเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมาก่อน แต่ผลการสรรหาและการจัดวางคนในตำแหน่งชี้ให้เห็นการสลายสมมติฐานเหล่านั้น และสะท้อนให้เห็นว่าการคัดเลือกผู้นำในยุคนี้มีปัจจัย “ความจงรักภักดีต่อแนวทางของผู้นำ” เข้ามามีบทบาทโดดเด่นมากขึ้น

ฉากเหตุการณ์ที่หลายสำนักข่าวให้ความสนใจและกลายเป็นเครื่องย้ำภาพการรวบอำนาจ คือช่วงที่อดีตผู้นำรุ่นก่อนอย่าง หูจิ่นเทา ถูกนำออกจากหอประชุมอย่างไม่คาดคิดในวันปิดการประชุม ซึ่งสร้างการคาดเดาและการตีความที่หลากหลายต่อสมดุลอำนาจภายในพรรค แต่การสรุปเหตุการณ์เชิงการเมืองแบบเด็ดขาดจำเป็นต้องพิจารณาทั้งบริบทข้อมูลและคำชี้แจงที่มาจากทั้งสองฝ่าย

แล้วเหตุใดหลี่เฉียงจึงได้รับการวางตัวในตำแหน่งที่มีความหมายเช่นนี้? คำตอบหนึ่งคือ “ความสอดคล้องในเชิงนโยบาย” — หลี่เฉียงมีภาพลักษณ์เป็นผู้บริหารที่ช่ำชองด้านพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่สำคัญและสามารถทำงานร่วมกับภาคธุรกิจได้ดี ขณะเดียวกันก็ยอมรับแนวคิดสำคัญของผู้นำชุดปัจจุบันในเรื่องการเน้นความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการผลักดันนโยบาย ‘เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน’ ที่เน้นทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและการรักษาเสถียรภาพทางสังคม — ทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นเอกภาพของพรรค

การก้าวขึ้นของหลี่เฉียงยังชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ที่รูปแบบการสืบทอดอำนาจในจีนจะยืดหยุ่นขึ้น — จากระบบที่ยึดตาม “ธรรมเนียม” เช่นการต้องเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี หรือเงื่อนไขอายุที่เข้มงวด บางทีการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนการตั้งเป้าหมายใหม่ของผู้นำคือการรวบรวมคนที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องและสามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญได้อย่างรวดเร็ว หากหลี่เฉียงถูกแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีก่อนตามขั้นตอน ก็อาจเป็นเส้นทางที่ทำให้เขาขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป — เหตุการณ์ที่ต้องจับตาในช่วงการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติครั้งถัดไป

สรุปประเด็นสำคัญ: หลี่เฉียงคือผู้บริหารสายเศรษฐกิจที่มีประสบการณ์ในพื้นที่เศรษฐกิจยุทธศาสตร์ของจีน ถูกวางไว้ในตำแหน่งสำคัญที่สะท้อนทั้งความไว้วางใจจากผู้นำ และการเปลี่ยนรูปแบบสมมติฐานการสืบทอดอำนาจ การเคลื่อนไหวของเขาจะไม่เพียงมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจจีน แต่ยังสะท้อนการจัดวางแกนอำนาจภายในพรรคจีนยุคใหม่ด้วย.

Ref. Reuters — “Li Qiang becomes China’s premier, tasked with reviving …” (Mar 11, 2023)
Wikipedia — Li Qiang (profile)
The Guardian — “Former Chinese president Hu Jintao unexpectedly led out of party congress.”
Wikipedia — Wang Yang (profile)
Asia Society analysis — China economy, 20th Party Congress and implications.

Comments are closed.