มาม่า (MAMA) เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากประเทศไทยที่โด่งดังและได้รับความนิยมสูงในหลายประเทศ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ตอบโจทย์ความชอบของผู้บริโภคอย่างลงตัว ทั้งเรื่อง รสชาติ ความสะดวก และความอิ่มง่าย หนึ่งในจุดแข็งของมาม่าคือ รสชาติแบบไทยแท้ ที่มีความจัดจ้าน ครบรส เผ็ด เค็ม เปรี้ยว หวานอย่างพอดี ซึ่งตรงกับรสนิยมของผู้บริโภคหลายกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบรสชาติอาหารที่เข้มข้นและมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ มาม่ายังมีรสชาติหลากหลาย ทั้งรสต้มยำกุ้ง รสหมู แกงเขียวหวาน เย็นตาโฟ ฯลฯ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกสรรได้ตามความชอบและความอยากลอง

นอกจากรสชาติที่โดดเด่น มาม่ายังตอบโจทย์เรื่อง ความสะดวกสบาย สำหรับผู้บริโภคยุคปัจจุบัน เพราะสามารถปรุงได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็ว สามารถทานได้ใน 3 นาทีและยังให้ความอิ่มอร่อยแบบเต็มคำอีกด้วย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของนักศึกษา คนทำงาน และนักท่องเที่ยวที่ต้องการอาหารที่รวดเร็วแต่รสชาติอร่อย

ด้วยคุณสมบัติที่ครบเครื่องทั้งรสชาติ ความสะดวก และความหลากหลาย ทำให้มาม่าไทย ครองใจผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่การซื้อเป็นของกินประจำวัน และเป็นสินค้าที่นักท่องเที่ยวมักเลือกซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน เพราะนอกจากอร่อยแล้วยังถือเป็นตัวแทนรสชาติไทยแท้ที่เข้าถึงง่าย

ด้วยเหตุนี้ มาม่าไทยจึงไม่เพียงแค่เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วไป แต่กลายเป็น ตัวแทนอาหารไทยที่ชาวจีนรู้จักและชื่นชอบ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน

Business Challenge

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มาม่าไทยอาจเคยถูกมองว่าเป็นเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีรสชาติพื้นฐาน เช่น ต้มยำกุ้ง รสชาติเดิม ๆ ทำให้ความเข้าใจและความนิยมอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ทางแบรนด์จึงเล็งเห็นความสำคัญของการ ขยายไลน์รสชาติให้หลากหลาย และปรับให้เข้ากับความชอบหรือข้อจำกัดทางด้านกฎหมายและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ โดยคำนึงถึงสไตล์การบริโภคและความชื่นชอบของผู้บริโภคในแต่ละตลาด

คีย์หลักของแคมเปญคือ การทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า “มาม่าไม่จำกัดเพียงแค่รสต้มยำกุ้ง” สำหรับคนไทยแล้ว “ทุกอย่างคือมาม่า” ไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน พะแนงเนื้อ เย็นตาโฟ หรือรสชาติอื่น ๆ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยในรูปแบบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะในสายตาของผู้บริโภคไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาม่าแทนคำว่า “อร่อยและสะดวก” โดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม

เพื่อสร้าง ภาพจำใหม่ของมาม่าในสายตานักท่องเที่ยวจีน แบรนด์ได้ต่อยอดจากความนิยมของเมนูมาม่าหม้อไฟที่มีอยู่แล้ว โดยปรับให้เข้ากับความหลากหลายของเมนูไทยที่ชาวจีนสนใจ เช่น ยำมาม่า ก๋วยเตี๋ยวมาม่า มาม่าผัดขี้เมา หรือเมนูฟิวชันที่ดึงเอกลักษณ์ความไทยมาเป็นจุดขาย การปรับเมนูเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริโภคเห็นว่า มาม่าไม่จำกัดรูปแบบ และสามารถสร้างประสบการณ์การรับประทานใหม่ ๆ ได้

ในด้านการสื่อสาร แคมเปญในจีนเน้นการใช้แพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่อย่างครอบคลุมอีกทั้งยังมีการใช้ Macro KOL, Micro KOL และ Nano KOL อีกด้วย ในการเลือกใช้ KOL หลายระดับช่วยให้การสื่อสารไม่ดูเข้มจนเกินไป แต่ยังคงสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือ ผ่านรีวิวจริง การทดลองใช้ และการบอกต่อแบบปากต่อปาก

สำหรับตลาดไต้หวัน ซึ่งผู้บริโภคเน้นการอ่านบทความและรีวิวเป็นหลัก รวมถึงมีข้อจำกัดทางกฎหมายเรื่องการนำเข้าสินค้าที่มีเนื้อสัตว์ การนำเสนอรสชาติในแคมเปญจึงปรับให้เน้น รสชาติอาหารไทยที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสม เช่น ผัดไทย และเมนูไทยยอดนิยมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของประเทศ แพลตฟอร์มหลักที่ใช้สื่อสาร ได้แก่ Facebook, Instagram และ Blog ซึ่งตรงกับพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของผู้บริโภคไต้หวัน

ด้วยการปรับกลยุทธ์ทั้ง ด้านรสชาติ เมนู และช่องทางสื่อสาร ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละตลาด มาม่าไทยจึงสามารถสร้าง การรับรู้ที่แตกต่างและโดดเด่นในสายตาผู้บริโภคต่างชาติ ทั้งในจีนและไต้หวัน พร้อมทั้งสร้างความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มองหาความอร่อยแบบไทยแท้ที่เข้าถึงง่าย